website statistics
ปอกเปลือก APPLE WATCH | Tech dee
ปอกเปลือก APPLE WATCH

ปอกเปลือก APPLE WATCH

 

นาฬิกาของ APPLE ออกแบบมา

อย่างงดงาม ใช้ง่าย ปรับแต่งการทำงาน

ตามต้องการได้ไม่มีที่สิ้นสุดและเป็น

สมาร์ทวอตช์ที่จะสยบคู่แข่งทุกราย

เชิญอ่านต่อไปสำหรับทุกสิ่งที่คุณควร

รู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะปฏิวัติวงการตัวนี้

 

Apple

Watch

 

Apple ไม่ได้เคลื่อนไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด แต่พวกเขาก้าวอย่างมาดมั่นบนเส้นทางที่คนมากมายเหยียบย่ำมานานแล้วทีละก้าวเล็กๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ Apple Watch ขณะที่อุปกรณ์ขุมพลัง Android Wear แยกย่อยแตกหน่อออกมาจนนับกันไม่หวาดไม่ไหวและแตกต่างกันอย่างเหลือล้น แต่สิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีที่เฉิดฉายบนข้อมือของ Apple มีเพียงหนึ่งเดียวและวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนโดยที่ user experience หรือประสบการณ์การใช้งานที่ผู้ใช้จะได้รับนั้นเหมือนกันหมดไม่ว่าคุณจะหมดเงินไปกับนาฬิกาของพวกเขามากน้อยแค่ไหน

Apple ผลักดันสิ่งต่างๆ ให้ก้าวรุดหน้าด้วยระบบการปรับแต่งการใช้งานตามความต้องการของผู้ใช้ ต่างจากสมาร์ทโฟนที่ซุกอยู่ในกระเป๋าของผู้ใช้ สมาร์ทวอตช์เป็นสิ่งที่จะถูกมองบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน ด้วยรูปแบบของ Apple Watch ที่แตกต่างกันถึง 38 อย่างทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกมากมายจุใจและซอฟต์แวร์ปรับแต่งการทำงานก็ให้คุณปรับเปลี่ยนนู่นนี่ตามสไตล์ของคุณเองได้ด้วย

เราใช้เวลาขลุกอยู่กับแก็ดเจ็ทชิ้นใหม่นี้นานเอาเรื่องเพื่อสรรสร้างสุดยอดคู่มือสำหรับทำความรู้จักเทคโนโลยีที่สร้างมิติใหม่ให้กับวงการของ Apple

WORDS GARETH BEAVIS & HENRY WINCHESTER

apple-watch-selling-points

 

 

Hands-on

ได้เวลาสำหรับบทใหม่ของ APPLE:

ข้อมือของคุณกำลังจะฉลาดกว่าเดิมแล้ว

 

คนส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่า Apple Watch จะปรากฏตัวปีนี้ แต่มันถูกเปิดตัวแบบเซอร์ไพรส์ (กึ่งๆ) เคียงข้าง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว

วันวางจำหน่ายของสมาร์ทวอตช์เรือนนี้ถูกกำหนดไว้ที่ 24 เมษายนที่ผ่านมาและให้สั่งจองล่วงหน้าได้ ส่วนการเผยโฉมต่อสาธารณะในเดือนกันยายนนั้นเป็นแผนที่ Apple ตั้งใจไว้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ควักกระเป๋าซื้อสมาร์ทวอตช์ Samsung, LG หรือ Moto 360 ในช่วงคริสต์มาส

และข่าวดีคือมันคุ้มจริงๆ ที่รอคอย ในงานเปิดตัวที่จัดขึ้นเป็นพิเศษของ Apple เราได้เห็น Apple Watch อย่างละเอียดมากขึ้น นำมาแสดงทุกรูปแบบที่มีอยู่และนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มากขึ้นซึ่งก่อนหน้านี้เรายังไม่เคยเห็นมาก่อน เรากล้าสรุปเลยว่านี่คืออุปกรณ์สวมใส่ที่สวยทันสมัยมากจริงๆ

เห็นได้ชัดว่า Apple พุ่งเป้าไปที่ตลาดแฟชั่นมากพอๆ กับกลุ่มลูกค้าที่กระดี๊กระด๊าอยากจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร เมื่อคำนึงว่าตลาดสมาร์ทวอตช์ยังไม่ทะยานสู่ความนิยมหรือความสำเร็จ ดังนั้น การมองไกลออกไปในแง่ของ

การเจาะกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายนั้นจึงเป็นการกระทำที่เข้าใจได้ นอกจากนี้แล้วมันยังมี NFC เพื่อให้คุณใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Apple Pay ใหม่ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นอะไรบางอย่างที่มีประโยชน์จริงๆ หรือไม่เช่นนั้นก็ทำให้บางคนผิดหวังสุดๆ

Apple Watch มีหกเวอร์ชั่นแตกต่างกันโดยแบ่งออกเป็น Apple Watch,  Apple Watch Sport และ Apple Watch Edition ซึ่งแต่ละเวอร์ชั่นหรือรุ่นมีสองไซส์ให้เลือกสำหรับคนที่ชอบอุปกรณ์ขนาดใหญ่กว่าปกติหรือเล็กกว่าปกติบนข้อมือพร้อมสายนาฬิกาอีก 38 แบบ

list-of-apple-watch-designs-and-colors-1200-80

 

 

Design

คุณไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีหรือสุภาพบุรุษ มันเป็นอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ทั้งสองเพศและด้วยเหตุนี้มันจึงเปิดตลาดใหม่ให้ Apple แม้ก่อนเปิดตัวเราจะคาดหวังว่ามันจะมีรูปทรงกลมๆ แต่ปรากฏว่าเจ้า Watch ดูคล้ายการหลอมรวมกันระหว่าง iPhone 6 และ iPod Nano ไซส์เล็ก ไม่มีข้อสงสัยเลยว่ามันสวยสะดุดตา แต่ออกจะเทอะทะนิดนึง

ขอบด้านข้างโค้งมนซึ่งก็เหมาะกับมันและแผงหลังที่โค้งเล็กน้อยให้สัมผัสที่ดี แต่เวลาสวมบนข้อมืออาจรู้สึกหนักนิดๆ (ขึ้นอยู่กับสายนาฬิกาที่ใช้)

รุ่น Edition หนักเอาเรื่อง มันเป็นรุ่นที่ดูดีมากแต่อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่าจ่ายเงินก้อนโตซื้อมันมา บางคนอาจควักกระเป๋าจ่ายถึง 13,500 ปอนด์ (ประมาณ 675,000 บาท) ได้เลยทีเดียว แต่ก็มีรุ่นราคาถูกกว่านี้เยอะให้เลือก

ดีไซน์พยายามพูดว่า ‘เงิน เงิน เงินและเงิน’ อย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งนาฬิกาส่วนใหญ่ในอดีตก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน แม้แต่สายนาฬิกาแบบสปอร์ตซึ่งเป็นสายยางธรรมดาพื้นๆ ที่ใช้ป้องกันไม่ให้เหงื่อทำลายหนังก็ยังมีหมุดยึดรูทองคำเลย

 

 

Interface

ระบบอินเตอร์เฟสเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และ Apple ทำได้ดีกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ด้วยวิธีที่พวกเขาเลือกใช้สำหรับการมีปฏิสัมพันธ์กับอุปกรณ์ที่สวมบนข้อมือ

Digital Crown หรือเม็ดมะยมดิจิตอลโดยพื้นฐานแล้วก็คือล้อเลื่อนที่ให้คุณซูมอินเตอร์เฟสเข้าและออก ดังนั้น สำหรับแอพ (มาพร้อมโฮมสกรีนสนุกๆ แบบใหม่ที่ดูไม่เหมือนเวอร์ชั่นของ iPhone แอพทั้งหมดที่มีให้ใช้จะแสดงเป็นไอคอนกลมๆ ) แล้วมันเป็นวิธีใหม่ในการใช้งาน

สำหรับบางคนระบบอินเตอร์เฟสแบบไอคอนทรงกลมอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการทำความคุ้นเคย เดโมที่เราเห็นแสดงวิธีการแตะไอคอนในบริเวณที่ถูกต้องเพื่อเปิดแอพที่ต้องการซึ่งออกจะซับซ้อนนิดนึง แต่ในที่สุดก็ลงเอยด้วยการใช้เม็ดมะยมดิจิตอลบ่อยๆ

การหมุนและกดเม็ดมะยมนั้นนุ่มนวลและลื่นมาก ซึ่งทีแรกเราคิดว่ามันจะให้ความรู้สึกฝืดๆ แบบการหมุนฟันเฟือง (ก็เพราะนั่นคือกลไกที่นาฬิกาทั่วไปใช้กัน) น่าสนใจว่านี่จะกลายเป็นวิธีการใช้งานเจ้า Watch อย่างแพร่หลายสำหรับแอพต่างๆ หรือไม่ แต่อะไรก็ตามที่ทำให้เราไม่ต้องแตะต้องหน้าปัดหรือหน้าจอนั้นถือว่าดีทั้งนั้น ถ้ากดเม็ดมะยมลงไปคุณจะกลับไปยังหน้าโฮมสกรีนทันที แต่คุณจะใช้นิ้วแตะหน้าจอทัชสกรีนเพื่อใช้งานแอพก็ได้

ปุ่มที่อยู่ถัดจากเม็ดมะยมดิจิตอลทำหน้าที่สองอย่าง อันแรกคือการพาคุณเข้าสู่หน้าบุคคลที่คุณติดต่อบ่อยๆ หรือบรรดาผองเพื่อน (เก็บบันทึกไว้ได้ทั้งหมด 12 คน) เพื่อให้คุณติดต่อพวกเขาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและอันที่สองคือการเป็นวิธีที่ทำให้เจ้า Watch กลายเป็นเครื่องมือชำระค่าสินค้าและบริการ

 

Interaction

แอพบุคคลที่ติดต่อเป็นสิ่งที่นำเสนอได้อย่างน่าสนใจเพราะมันให้คุณส่งสิ่งต่างๆ ไปให้เพื่อนๆ หรือใครก็ตามได้มากกว่าแค่ข้อความธรรมดาๆ มันเป็นแป้นกลมๆ (เม็ดมะยม) สำหรับติดตามบรรดาเพื่อนสนิทของคุณและมันทำหน้าที่ได้ดีกว่าแค่แตะใบหน้าของพวกเขา

อย่างไรก็ดี Apple Watch เก่งกาจในการจัดการหน้าที่การงานระดับเบสิกหรือพื้นๆ ของสมาร์ทวอตช์ คุณสามารถโทรออกและรับสายจากข้อมือของคุณ (โดยใช้ไมโครโฟนและลำโพง) แล้วมันจะสแกนข้อความที่เข้ามาเพื่อประเมินว่ามันจะสามารถสร้างประโยคใหม่สั้นๆ หรือสรุปใจความสำคัญเพื่อให้คุณแตะหน้าจอตอบกลับอย่างง่ายๆ ได้หรือไม่

ดังนั้น ถ้าใครบางคนส่งข้อความถามว่า ‘อาหารมื้อค่ำปลาหรือมันฝรั่งทอด?’ เจ้า Watch ก็จะให้คุณแตะ ‘ปลา’ หรือ ‘มันฝรั่งทอด’ เป็นการตอบกลับ แต่เราว่าถ้ามันฉลาดจริงๆ มันน่าจะนำเสนอทั้งสองคำเป็นออปชั่นการตอบกลับ ก็เพราะทุกคนชอบทานปลาชุบแป้งทอดและมันฝรั่งทอดนะสิ

ถ้าคุณอยากส่งอะไรบางอย่างที่ประหลาดพิศดารให้ใครบางคนละก็มันจัดการให้ได้ ยกตัวอย่างเช่นคุณสามารถวาดภาพและส่งภาพเหล่านั้น (ใครที่มีเพื่อนที่ชอบเล่นแผลงๆ อาจถูกหยอกล้อด้วยภาพสัปดนขณะนั่งประชุมอย่างเคร่งเครียดก็ได้) หรือสั่นในรูปแบบต่างๆ ที่คุณและเพื่อนกำหนดความหมายเอาไว้ล่วงหน้า

 

 

 THE INTERFACE

ระบบอินเตอร์เฟสน่าสนใจและ Apple ทำได้ดีกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ในส่วนของวิธีการที่พวกเขาจัดการกับอุปกรณ์สำหรับสวมบนข้อมือ เม็ดมะยมดิจิตอลคือล้อเลื่อนหนึ่งอันที่ให้คุณซูมเข้าและออกระบบอินเตอร์เฟส สำหรับการใช้งานแอพมันจะเป็นวิธีใหม่ในการทำนู่นนี่

 

THE DESIGN

เจ้า Watch มีดีไซน์ที่ดึงดูดใจทั้งเพศชายและหญิง และด้วยเหตุนี้มันจึงเปิดตลาดใหม่ให้ Apple มันคล้ายการหลอมรวมระหว่าง iPhone 6 และ iPod Nano ไซส์เล็ก แต่ออกจะเทอะทะนิดนึง ขอบด้านข้างโค้งมนซึ่งก็เป็นผลดีกับมันและแผงหลังที่โค้งเล็กน้อยช่วยให้สวมบนข้อมือได้กระชับอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

Hands-on

คุณจะแตะหน้าจอด้วยสองนิ้วเพื่อส่งภาพจังหวะการเต้นของหัวใจของคุณซึ่งจะสั่นเบาๆ บนแขนของผู้รับก็ยังได้

Apple Watch มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า ‘Glances’ ด้วย ซึ่งคุณสามารถชำเลืองดูสารพัดสิ่งอย่างรวดเร็วด้วยการใช้นิ้วปาดหน้าจอขึ้นหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาที่คุณต้องรอเพื่อให้รถ Uber มารับ เปิดประตูเข้าห้องพักในโรงแรม W Hotel หรือดูภาพใน Instagram มีโอกาสมากมายให้บรรดานักพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานในส่วนนี้

ฟีเจอร์นี้คุณจะต้องทำความคุ้นเคยกับมันสักพักเช่นกัน แต่ iPhone ตอนแรกๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ ถ้ากดปุ่มใหญ่ๆ ยาวๆ ด้านข้างหนึ่งครั้งจะพาคุณเข้าสู่ contact ซึ่งก็คือเพื่อนๆ หรือคนที่คุณติดต่อบ่อย (คุณต้องกำหนดเอาไว้) แต่ถ้ากดเม็ดมะยมดิจิตอลสองครั้งติดกัน (อย่างช้าๆ) จะเรียกหน้าโฮมสกรีนกลับมาอีกครั้ง กดหนึ่งครั้งจะพาคุณกลับไปยังหน้าจอแสดงแอพไอคอนกลมๆ

 

Fitness

อย่างไรก็ดี Apple Watch ไม่ใช่สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ นาฬิกาข้อมือหรือเครื่องประดับแฟชั่น แม้จะนำอย่างละนิดอย่างละหน่อยจากสิ่งของเหล่านั้นมาหลอมรวมกันก็เถอะ มันเป็นเรื่องยากที่จะระบุชัดเจนว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ ซึ่งก็หมายความว่าคนที่สนใจจะซื้อมันอาจหาเหตุผลสนับสนุนได้ยากพอสมควร

 

 

 

เราคิดว่าโอกาสที่มันจะประสบความสำเร็จมากที่สุดอยู่ที่ตลาดสุขภาพเพราะ Apple ทำให้อุปกรณ์ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากมีสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

เจ้า Watch มีความสามารถด้านสุขภาพและฟิตเนสที่ดี (ดูเพิ่มเติมขวามือ) ไม่ใช่แค่การนับจำนวนก้าวเดินหรือวัดอัตราการเต้นของหัวใจเป็นบางครั้งเท่านั้น เจ้า Watch สามารถช่วยให้คุณนั่งเฉยๆ น้อยลงและเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ ขณะที่คุณวิ่งเล่นยืดเส้นยืดสายและความทุ่มเทพยายามของคุณด้วย

มันสามารถตรวจจับและติดตามว่าคุณนั่งนานแค่ไหนได้ด้วย และตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะบังคับให้คุณยืนอย่างน้อยหนึ่งนาทีทุกๆ ชั่วโมง มันสามารถติดตามคุณตลอดทั้งวัน นับทุกย่างก้าวและการเดินขึ้น-ลงบันไดเพื่อให้ได้ภาพกิจกรรมฟิตเนสของคุณอย่างถี่ถ้วน แม้ว่าคนที่สวมมันจะไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักกีฬาใดๆ เลยก็ตาม ยอมรับเลยว่านาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ทำออกมาได้ดีในการพุ่งเป้าไปที่นักกีฬาที่ต้องการเตรียมร่างกายเพื่อการแข่งขันที่ใช้พลังมากไปจนถึงคนธรรมดาทั่วไปที่ออกกำลังกายไม่บ่อยเท่าที่ควร

แน่นอน มันจำเป็นต้องพึ่ง iPhone จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ แต่ตามลำพังตัวมันเองก็ทำงานได้ดีมากเช่นกันสำหรับการตรวจจับและติดตามสิ่งต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Apple Watch ยังไม่มี GPS ในตัว เราจึงจัดมันเข้าหมวดหมู่นาฬิกาสำหรับวิ่งไม่ได้ บางทีเทคโนโลยีนี้อาจติดตั้งมากับรุ่นถัดไปก็ได้

นี่เป็นเหตุผลบางส่วนที่อธิบายได้ว่าทำไม Samsung จึงจับมือกับ Nike เพื่อผลิตเจ้า Gear S ให้เป็นเพื่อนคู่หูสำหรับวิ่ง แต่อย่างน้อย Apple ก็มีระบบการวิ่งอย่างเต็มรูปแบบในเวอร์ชั่นของพวกเขาเองเพื่อชดเชยสิ่งนี้

 

INTERACTION

สำหรับผู้ใช้ Apple บางคนอินเตอร์เฟสแบบวงกลมอาจต้องทำความคุ้นเคยสักพัก ซึ่งเราคิดว่าพวกเขาคงลงเอยด้วยการใช้เม็ดมะยมดิจิตอลบ่อยๆ ซึ่งหมุนและกดได้นุ่มนวลและลื่นมาก น่าเฝ้าติดตามดูว่านี่จะกลายเป็นวิธีใช้งานเจ้า Watch เป็นหลักหรือไม่?

 

 

ในฐานะสมาร์ทวอตช์ Apple Watch ก็เป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างเยี่ยมเช่นกัน  ขนาดอันเล็กจิ๋วของมันหมายความว่าแม้ว่าถ้าหน้าจอเปิดทำงานใครๆ ก็คงจะมองเห็นได้ชัดเจน แต่เวลาอยู่บนข้อมือโดยส่วนใหญ่แล้วหลายคนคงไม่รู้ว่าคุณสวมสมาร์ทวอตช์นอกเสียจากว่าคุณจะตั้งใจทำนู่นนี่อวดชาวบ้านนั่นแหละ

 

Apple Pay

Apple Watch มาพร้อมความสามารถในการชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสิ่งที่ตั้งชื่อได้อย่างเหมาะสมว่า Apple Pay อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้ไม่มีให้เราใช้สำหรับเครื่องทดสอบของเรา ดังนั้น เราจึงไม่มีไอเดียใดๆว่าระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลต่างๆ นั้นเป็นอย่างไร

สำหรับสมาร์ทโฟนคุณจะต้องวางนิ้วลงบนปุ่มโฮมเพื่อคอนเฟิร์มว่าคุณเป็นคนจ่ายค่าแซนด์วิชหรืออะไรก็ตามด้วยการตรวจสอบลายนิ้วมือผ่าน TouchID แต่สำหรับ Watch มันไม่ต่างอะไรกับ contactless card หรือสมาร์ทการ์ดแบบไร้สัมผัสสำหรับชำระค่าสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูงด้วยการกดปุ่มด้านข้างสองครั้งเพื่อเข้าสู่ Apple Pay จากนั้นก็เลือกบัตรเครดิตที่ต้องการโดยใช้นิ้วปาดและเอาหน้าจอหรือหน้าปัดของนาฬิกาแตะเครื่องอ่านเบาๆ หนึ่งครั้ง

มันก็เป็นเหตุเป็นผลดี ถ้าคุณออกไปข้างนอกโดยปราศจากมือถือของคุณละก็คุณคงไม่คิดจะออกไปซื้อทีวีจอแบนขนาดใหญ่หรอกนะเราว่า อย่างไรก็ดี คุณคงจะต้องซื้อน้ำดื่ม กล้วยหอมหรือของกินเล่นตามร้านสะดวกซื้อและสำหรับสิ่งเหล่านั้นคุณก็ชำระเงินได้ง่ายๆ ด้วยการแตะเครื่องอ่านหนึ่งครั้ง สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่านั้นคุณก็ใช้โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของคุณชำระผ่าน Apple Pay แทน…หรือคุณจะจ่ายด้วยเงินสดแบบดั้งเดิมก็ได้ (ยังจำพวกมันได้ใช่มั้ย?)

 

Battery life

ใช่แล้ว นี่เครื่องหมายคำถามตัวเป้งที่เป็นข้อเสียของผลิตภัณฑ์ Apple ออกมายืนยันเลยว่าคุณคงต้องชาร์จอุปกรณ์ตัวนี้ทุกวัน ซึ่งก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วว่ามันก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคนด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วถือว่าน่าอับอายนิดๆ เพราะสมาร์ทวอตช์จากค่ายคู่แข่งบางรายจะต้องชาร์จแบตทุกๆ 48 ชั่วโมงเท่านั้น

“เราคิดว่าคนคงใช้มันมากเสียจนจะต้องชาร์จมันทุกวัน” Cook กล่าวซ้ำในงานเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ หลายชิ้นของบริษัทเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และในงานเขาบอกว่านาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้อยู่ได้ 18 ชั่วโมงสำหรับการใช้งานส่วนใหญ่โดยรุ่นหน้าจอ 42 มม. อยู่ได้นานกว่าอีกรุ่นเล็กน้อย

มีโหมดประหยัดพลังงานให้ใช้ด้วย ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานนานขึ้น แต่โหมดนี้ซ่อนอยู่ใน Glances

อย่างน้อยอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ก็สวยเก๋ มันเป็นระบบประจุไฟแบบใช้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่ออกแบบมาให้ติดกับฝาหลังของเจ้า Watch ด้วยแม่เหล็ก มันดูแจ่มมาก

 

Who will buy it?

Apple Watch เป็นอุปกรณ์ที่หลายคนอยากจับจองเป็นเจ้าของควบคู่กับ iPhone 6 สไตล์ของทั้งสองแมตช์กันอย่างเหมาะเจาะจริงๆ และถ้าจะพูดกันตรงๆ คนจำนวนมากชอบที่จะไว้วางใจในระบบนิเวศ APPLE อย่างเต็มหัวใจ มันจะกลายเป็นสิ่งของเทคโนโลยี-แฟชั่นอันเป็นที่ปรารถนาอย่างไม่ต้องสงสัยในแง่ของสิ่งใหม่ๆ ที่มันนำเสนอ ซึ่งการนำไปใช้ประโยชน์จริงและความเป็นออริจินัล (ความคิดริเริ่มไม่ซ้ำแบบใคร) จะเป็นอย่างไรนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

มันออกวางจำหน่ายแล้วและทุกคนก็รู้ราคากันไปแล้วว่าราคาเริ่มต้นอยู่ในระดับที่เอื้อมถึงได้ไปจนถึงแพงลิบลิ่ว

ที่แน่นอนอย่างหนึ่งคือตอนนี้ Apple ได้นำภาพรวมของอุปกรณ์สวมใส่เข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้นผ่าน Apple Watch บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทุกรายจะได้รับประโยชน์จากความสนใจของผู้บริโภคที่สูงขึ้น

แล้วเราจะเห็นทุกคนสวมสมาร์ทวอตช์เรือนนี้บนข้อมือรึเปล่า? ในระยะแรกคงไม่เห็นหรอก แต่ก็อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่มี iPad หรือ iPhone ในช่วงแรกๆ ที่เปิดตัว นี่คือเฟสแรกของเกมผลิตภัณฑ์ที่จะอยู่คู่วงการยืนยาวไปอีกนาน สำหรับบางคน Apple Watch One อาจยังขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของศักราชใหม่แห่งเทคโนโลยีอันน่าตื่นเต้นเร้าใจ

 

S M A R T F E A T U R E S

ควบคุมบ้านเรือน สุขภาพและการชำระเงิน ทั้งหมดจากข้อมือของคุณ

 

01

HEALTHY BEATING

Health คือฟีเจอร์เด็ดของ Apple Watch มันจะนับจำนวนก้าวและวัดอัตราการเต้นของหัวใจของคุณตลอดเวลาแทนที่จะทำเป็นครั้งคราว ไม่ว่าคุณจะนั่งพักผ่อนบนโซฟาหรือเล่นสควอชเหงื่อท่วมตัวในสนามก็ตาม จุดที่อาจมีโอกาสเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นจริงๆ คือ HealthKit ซึ่งก็คือแพล็ตฟอร์มของ Apple สำหรับติดตามสุขภาพของผู้สวมใส่ ในอเมริกาแพทย์ใช้สิ่งนี้ตรวจวิเคราะห์ภาพรวมสุขภาพและระดับความฟิตของผู้สวมใส่เพื่อสอดส่องมองหาโรคหรือความผิดปกติทางร่างกายที่น่าสงสัยแต่เนิ่นๆ

 

02

PAYING THE PRICE

ด้วยชิป NFC ที่ฝังอยู่ข้างใน Apple Watch เป็นแพล็ตฟอร์มอันสมบูรณ์แบบสำหรับ Apple Pay บริการนี้ทำหน้าที่คล้ายระบบชำระค่าสินค้าและบริการแบบไร้สัมผัสโดยให้ผู้สวมจ่ายได้ทันทีด้วยการโบกนาฬิกาไปมาหน้าเครื่องอ่าน ไม่ต้องหยิบทั้งกระเป๋าสตางค์และมือถือออกมาให้ยุ่งยาก เทคโนโลยีนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สวมนาฬิกาใช้ได้อย่างปลอดภัย ถ้าคุณถอดนาฬิกาออก (หรือถูกขโมย) และแตะเครื่องอ่านระบบการชำระเงินจะไม่ทำงาน นอกเสียจากว่าคุณจะป้อนรหัส Apple Pay เข้าไปใหม่ ข่าวร้ายคือระบบการชำระค่าสินค้าและบริการรูปแบบนี้ยังไม่มีให้ใช้ในหลายประเทศ (รวมทั้งอังกฤษด้วย) แต่ชาวอเมริกันสามารถจับจ่ายใช้สอยทั้งแบบเดบิท (หักเงินจากบัญชีธนาคาร) และเครดิต (บัตรต่างๆ) ตามห้างร้านชื่อดังอย่าง Subway, McDonald’s และ Walgreens แล้ว

 

03

HOMEKIT

แม้แอพอย่าง BMW และ W Hotel นั้นน่าประทับใจมาก แต่ Apple Watch น่าจะถนัดทำงานทำการจริงๆ ที่บ้าน ซึ่ง HomeKit ระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติสำหรับบ้านอัจฉริยะของ Apple สามารถใช้ได้กับเจ้า Watch และที่งาน CES ก็ได้มีการสาธิตการควบคุมหลอดไฟไปแล้ว ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับ HomeKit ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเยอะแยะมากมายและการใช้เจ้า Watch ควบคุมการทำงานของเครื่องล้างจาน ประตูโรงรถหรือเครื่องชงกาแฟก็เข้าท่ากว่าการที่จะต้องหาโทรศัพท์มือถือให้วุ่นวายทุกครั้ง

 

 

 

App-etite

แอพสิบตัวที่ไม่ควรพลาด

 

ดาวน์โหลด

 

01

SPG

Starwood Capital Group มีโรงแรมทั่วโลก ด้วย Apple Watch และแอพ Starwood Preferred Guest คุณสามารถหาเส้นทางไปโรงแรม เช็กอินและแม้กระทั่งปลดล็อกประตูห้องพักได้จากข้อมือของคุณ เราคิดว่าอีกไม่นานโรงแรมใหญ่ๆ หลายแห่งคงออกแอพแบบเดียวกันนี้

 

02

NIKE+ RUNNING

Apple กับ Nike ยังคงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันต่อไปด้วยแอพ Nike+ Running เอามือถือของคุณยัดใส่กระเป๋ากางเกง จากนั้นก็ออกไปวิ่ง แล้วคุณจะได้ข้อมูลต่างๆ แบบสดๆ หวังว่าจะทำให้เราไม่เห็นท่าเลียข้อศอกของเหล่านักวิ่งที่พยายามดูข้อมูลบนหน้าจอมือถือที่รัดติดกับสายรัดแขนอีกต่อไป

 

03

RULES!

โลกใบนี้โง่มากขึ้นเยอะนับตั้งแต่ที่ทุกคนหันมาเล่นเกมฝึกสมองรึเปล่า? Rules! ตั้งใจที่จะสรรสร้างปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้วยเกมแนวพัซเซิลสำหรับฝึกความจำและประสาทตอบรับอันรวดเร็วฉับไวเพื่อลับสมองให้คมกริบขณะที่คุณอยู่นอกบ้าน

 

04

BMW IREMOTE

แอพของ BMW สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของพวกเขาตัวนี้จะอัพเดทสถานะแบตเตอรี่ ปลดล็อกหรือล็อกประตูรถ และแม้กระทั่งเปิดแอร์และปรับอุณหภูมิในห้องโดยสาร มันเปลี่ยนรถยนต์หรูหราราคาแพงเป็นสุดยอดอุปกรณ์เสริมสำหรับ Apple Watch

 

05

TWITTER

ข้อความที่สั้นกระชับได้ใจความของ Twitter นั้นเหมาะเจาะกับจอเล็กๆ แอพจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีทวีตใหม่ๆ เข้ามาและคุณสามารถ retweet หรือส่งต่อข้อความให้คนอื่นหรือกดปุ่มติดดาวได้อย่างรวดเร็ว และด้วยระบบพิมพ์ข้อความด้วยเสียงพูดคุณสามารถบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าคุณทานอะไรเป็นอาหารมื้อเที่ยง

 

06

CITYMAPPER

CityMapper ปฏิวัติวิธีที่เราไปไหนมาไหนในเมืองใหญ่ บอกมันว่าคุณอยากไปไหนแล้วมันจะหาเส้นทางที่เร็วที่สุดโดยใช้ระบบขนส่งมวลชนหรือยานพาหนะส่วนบุคคล แถมยังเรียกใช้บริการ Hailo หรือ Uber ได้ด้วย

 

07

TRIPADVISOR

เมื่อแอพการเดินทางท่องเที่ยวและแนะนำสถานที่น่าสนใจในเมืองของ TripAdvisor ออกมาให้ใช้บน Apple Watch คุณก็จะไม่ต้องพูดประโยค “เราน่าจะดู TripAdvisor ก่อน” ในร้านอาหารเห่ยๆ อีกต่อไป

 

08

GREEN KITCHEN

แอพสอนทำอาหารมักจะน่าเบื่อ แต่การเอาแอพประเภทนี้มาใส่ลงบน Apple Watch นี่สิอัจฉริยะ ทำตามทีละขั้นตอน เริ่มต้นจับเวลาถ้าจำเป็นแล้ว Green Kitchen จะช่วยคุณปรุงอาหารให้ออกมาเพอร์เฟ็คท์น่าทาน

 

09

SHAZAM

เคยร้องคลอตามเพลงโปรดแต่จำเนื้อเพลงไม่ได้หรือไม่รู้บ้างมั้ย? Shazam สามารถบอกชื่อเพลงที่คุณกำลังฟังอยู่และแสดงเนื้อเพลงเลื่อนไปตามจังหวะของดนตรี

 

10

ESPN

รับการแจ้งเตือนในทันทีที่ทีมโปรดของคุณยิงประตูหรือถูกยิง หรือนักเตะขวัญใจทำอะไรบางอย่างน่าตื่นเต้น อย่างการซิ่งรถสปอร์ตสุดหรูของเขาพุ่งลงไปในสระว่ายน้ำ

 

Accessories

อุปกรณ์ต่อพ่วงยอดเยี่ยมห้าอันดับแรก

 

cy

 

  1. CYCLIP

เก็บคอมพิวเตอร์จักรยานคุณภาพต่ำไว้ที่บ้านแล้วเอา Apple Watch ไปใช้ประโยชน์ด้วยอุปกรณ์จับยึดแฮนด์จักรยานตัวนี้ คุณจะไม่หลงทางอีกต่อไปเพราะเพียงปลายนิ้วสัมผัสคุณก็สามารถดูแผนที่เส้นทาง จะดูความเร็วและข้อมูลอื่นๆ ก็ได้ แถมยังทำงานร่วมกับหูฟังบลูทูธให้คุณเปิดเพลงฟังได้อย่างสะดวก แต่คุณจะต้องมี iPhone ใกล้ๆ เพื่อใช้ GPS อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ราคายังไม่ได้กำหนด THECYCLIP.COM

 

  1. GRIFFIN

WATCHSTAND

เปลี่ยน Apple Watch เป็นนาฬิกาปลุกข้างเตียงด้วยแท่นวาง WatchStand จาก Griffin จะจับมันวางตั้งขึ้นหรือนอนลงก็ได้ทั้งนั้น มีที่วาง iPhone ตรงฐานและสายสัญญาณเดินซ่อนข้างในตัวแท่นอย่างมิดชิดอีกด้วย เป็นวิธีการจัดเก็บเจ้า Watch ที่ดูสง่างามกว่าการสวมบนข้อมือตลอดหรือวางเกะกะบนโต๊ะ

฿900 (ประมาณ) GRIFFINTECHNOLOGY.COM

 

  1. NOMAD POD

แบตเตอรี่แพคขนาดเล็กพกสะดวกตัวแรกของเจ้า Watch มาพร้อมความจุ 1800mAh ซึ่ง Nomad บอกว่าสามารถชาร์จพลังงานให้กับเครื่องบอกเวลาไฮเทคของคุณได้สี่ครั้งเต็มๆ คุณจะต้องถอดเจ้า Watch ออกจากข้อมือเพื่อชาร์จไฟ นอกเสียจากว่าคุณจ่ายเงินซื้อสายนาฬิกาขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งนี่ก็เป็นไอเดียในการผลิตอุปกรณ์เสริมได้เลย สำหรับ Kickstarter! มีพอร์ตยูเอสบีและยูเอสบี-ซีให้คุณชาร์จแก็ดเจ็ตตัวอื่นได้ด้วย

฿1,800 (ประมาณ) HELLONOMAD.COM

 

  1. RESERVE STRAP

Reserve Strap มีแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ในตัว จริงๆ แล้วมันก็คือแบตเตอรี่ที่พันรอบข้อมือนั่นเอง เอานาฬิกาใส่เข้าไปในช่องแล้วมันจะชาร์จแบตทันที เรารู้สึกเคลือบแคลงใจเล็กน้อยเกี่ยวกับเทคโนโลยีของมัน แบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์มักจะขยายตัวเมื่อมีแรงดัน อย่างไรก็ตาม ถ้าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ทำหน้าที่ของมันได้ดีละก็มันจะแก้ปัญหาใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งของ Apple Watch ได้อย่างงดงามมาก

฿7,500 (ประมาณ) RESERVESTRAP.COM

 

  1. CASETIFY

CUSTOMISABLE BAND

สายนาฬิกาหลากหลายรูปแบบของ Apple อาจไม่ถูกใจบางคนในแง่ของดีไซน์ Casetify จะนำรูปภาพหรือดีไซน์ต่างๆ จาก Instagram และ Facebook และพรินต์พวกมันลงบนสายนาฬิกาสำหรับเจ้า Watch เราอยากถ่ายภาพขนดกๆ ตามแขนสำหรับทำสายนาฬิกาลายขนเพื่อให้เพื่อนๆ เห็นแล้วงง

เริ่มต้นที่  ฿1,500 (ประมาณ) CASETIFY.COM