website statistics
วิกฤติ HTC จากดาวรุ่งสู่ดาวร่วง | Tech dee
วิกฤติ HTC จากดาวรุ่งสู่ดาวร่วง

วิกฤติ HTC จากดาวรุ่งสู่ดาวร่วง

สถานการณ์ของ HTC ยังอยู่ในภาวะ “น่าเป็นห่วง” อย่างต่อเนื่องจนมาถึงจุดที่บริษัทต้องยอมรับการลดขนาดองค์กร ปรับเปลี่ยนกลยุทธเมื่อรายได้ไตรมาสที่สองของปีนี้น่าผิดหวังและยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางของอุโมงค์

บริษัทดังแห่งไต้หวันจะต้องเริ่มต้นแผนลดค่าใช้จ่ายและเปลี่ยนแนวทางการบริหารเพื่อให้มีตัวเลขในบัญชีสวยขึ้นในอนาคต แต่ยังไม่สามารถระบุแบบเฉพาะเจาะจงได้ว่าจะต้องมีแผนกใดถูกหั่นออกไป ซึ่ง  Chialin Chang หัวหน้าฝ่ายการเงินให้ข้อมูลสั้นๆเพียงแค่ “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบอร์ด”

21IN_LPN_HTC_1855326f

นักวิเคราะห์หลายรายต่างฟันธงไปแบบตรงกันว่า HTC พลาดอย่างหนักที่วางตำแหน่งตนเองไว้ที่การจับลูกค้าตลาดกลางและบน ซึ่งจะต้องไปชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง Apple หรือ Samsung ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงอย่าง HTC One M9 และ HTC One M9+ ก็ไม่สามารถทำยอดขายได้อย่างที่หวังไว้แม้จะได้รับคำชมในด้านคุณภาพและการดีไซน์ที่สวยงาม

“ในจีนมีโทรศัพท์มือถือคล้ายๆกันกว่า 10 แบรนด์ที่ราคาอาจจะถูกกว่าถึง 1 ใน 3 กรณีนี้ก็คงคล้ายๆกับ Nokia หรือ Blackberry ที่อาจจะทำให้คุณถูกลืมง่ายๆอย่างรวดเร็ว”  Jeff Pu นักวิเคราะห์การเงินที่ Yuanta Securities Investment Consulting ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ของ HTC รวมทั้งผลประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ที่ยังดิ่งลงต่อเนื่อง

“กลยุทธของ HTC ในหลายโมเดลเห็นๆกันอยู่ว่าไม่เวิร์ค”  Narci Chang นักวิเคราะห์การเงินจาก JPMorgan Chase & Co. แสดงทรรศนะเห็นด้วย เพราะถ้าการบริหารงานไม่ผิดพลาด บริษัทที่เคยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 10% เมื่อปี 2011 คงไม่ดิ่งเหวเหลือเพียงแค่ 2% ในตอนนี้

จากรายได้ 61,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ในไตรมาสสองของปีที่แล้ว HTC รายได้หดเหลือเพียงครึ่งเดียวในไตรมาสเดียวกันของปีนี้ ส่วนมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็เพิ่งร่วงมากสุดในรอบมากกว่าสิบปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีตัวเลขขาดทุนสูงลิ่ว ไตรมาสที่ผ่านมาก็ทำสถิติเป็นไตรมาสขาดทุนสูงสุด 165 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ก็เป็นข่าวทั้ง Asus และ Lenovo คอยจ้องเทคโอเวอร์อีกด้วย

1149099750978556264

อย่างไรก็ตาม HTC ยังคงยืนยันว่าการปรับตัวจะไม่กระทบต่อแผนผลิต Virtual Reality ที่จะปล่อยออกมาในปีหน้าแม้ว่าบริษัทเองก็ยอมรับว่าไม่ได้หวังผลด้านการตลาดมากมายถึงขนาดจะมาฉุดรั้งสถานการณ์การเงินที่ตกต่ำจากการขายสมาร์ทโฟนได้