website statistics
10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน | Tech dee
  • 10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน
  • 10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน
  • 10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน
  • 10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน
  • 10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี…ที่เราลืมไปว่าเราเคยทนกับมัน

เป็นเรื่องอีกที่ T3 เคยตีพิมพ์มาแล้วและยังสามารถใช้เช็กอายุของใครหลายๆคนได้

1

1/
ไม่มีมือถือ
น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับวัยรุ่นที่จะจินตนาการถึงสิ่งนี้ได้ แต่กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานจริงๆ นะ ถ้าเรานัดเจอใครบางคนที่ร้านอาหารและพวกเขาไม่ปรากฏตัวตรงเวลานัด เราก็คงต้องนั่งหน้าเด๋อตามลำพังโดยไม่มีทางรู้เลยว่าเหตุผลคืออะไร บาดเจ็บระหว่างทาง ตาย เกลียดเราเข้าไส้ หรือนั่งรอเราอยู่ที่ร้านอาหารเดียวกันแต่สาขาอื่น จริงๆ แล้วก็มีตู้โทรศัพท์สาธารณะให้ใช้เหมือนกัน แต่เราจะโทรหาใครละ? โทรไปที่ร้าน Red Lion ทั้งหมด 620 สาขาทั่วอังกฤษเลยดีมั้ย? ไม่มีทาง เราก็คงต้องนั่งฉีกแผ่นรองแก้วเบียร์แก้เซ็งไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

2

2/
เทปคาสเซ็ท
ย้อนกลับไปในอดีต บ่ายวันอาทิตย์คือช่วงเวลาที่เราขลุกอยู่กับเครื่องเล่นเทป ยืนโก้งโค้งเก้ๆ กังๆ เตรียมอัดเพลงป๊อปโปรดจากเพลงฮิตติดชาร์ต 40 อันดับแรก เรายังจำปุ่ม record และ play ที่ต้องกดพร้อมกันทุกๆ เพลงที่อยากบันทึกดังคลึ่กคลั่กและความตึงเครียดจากการรอให้เสียงของนักจัดรายการวิทยุดังขึ้นได้ดี ความพยายามที่เราทุ่มเทให้กับกิจกรรมนี้มากโขจริงๆ แต่พอทำเสร็จเรากลับโยนเทปอันนั้นลงในตะกร้าที่มีเทปสุมเป็นกองพะเนิน และจากนั้นก็หามันไม่เจออีกเลย คุณผู้อ่านบางคนน่าจะจำสิ่งนี้ได้ดีเหมือนเรา…

3

3/
กล้องใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ครั้งสุดท้ายที่คุณถ่ายภาพนิ้วโป้งตัวเองนั้นเมื่อไหร่? จำไม่ได้งั้นเหรอ? คุณคงลบภาพนั้นไปแล้วละ แต่กล้องแบบใช้แล้วทิ้งเคยเป็นอุปกรณ์ฮอตฮิตอินเทรนด์สุดๆ ซึ่งเราถ่ายภาพได้แค่ 32 ภาพสำหรับทริปท่องเที่ยวนานสองสัปดาห์ และตรวจสอบภาพว่าออกมาอย่างไรก็ไม่ได้จนกว่าจะไปถึงร้าน Boots แถวบ้านให้พวกเขาล้างอัดภาพนั่นแหละถึงจะเห็นว่าออกมาดีหรือไม่ เราสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาพถ่ายติดนิ้วโป้งเหล่านั้น? ใครมีบ้าง?

 

4

4/
ร้านเช่าวิดีโอ
คิดว่าหาอะไรดีๆ ดูจากช่องเคเบิลได้ยากจริงๆ งั้นเหรอ? เลิกบ่นเถอะ ในอดีตเราจะต้องลากสังขารไปร้านเช่าวิดีโอใกล้บ้านเพื่อหาหนังดีๆ ที่เพิ่งออกจากโรงมาดู พอไปถึงร้านเราและผู้ชายอีกคนเดินปรี่ตรงเข้าไปที่ชั้นวางตลับวิดีโอเทป Batman ซึ่งเหลือแค่อันสุดท้ายอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งเราและเขาต่างก็พินิจพิเคราะห์ตัวตลับอย่างชนิดตาไม่กะพริบ เราทั้งคู่แกล้งทำเป็นมองตลับวิดีโอข้างๆ แต่พอเราหันไปทางอื่นปั๊บชายนิรนามก็รีบตะครุบตลับ Batman อันสุดท้ายแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! จากนั้นเราก็ต้องกลับบ้านและอธิบายให้ทุกคนที่รออยู่ฟังว่าทำไมเราถึงเช่า Hellraiser II มาดูอีกครั้ง คืนวันเสาร์พินาศยับเยิน

5

5/
เครื่องเล่นซีดีพกพา Discman
สุดยอดความบันเทิงพกพา กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตช่องหนึ่งจะยืดออกจนตะเข็บปริแตกเล็กน้อยจากการพยายามยัดอุปกรณ์พลาสติกทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ตัวนี้เข้าไป ส่วนกระเป๋าอีกช่องมีตลับใส่แผ่นซีดีบรรจุแผ่นดิสก์เพลงห้าแผ่นที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและจวนเจียนจะตกลงพื้นอยู่รอมร่อชนิดว่าถ้าเปิดตลับเมื่อไหร่ก็ร่วงเมื่อนั้น แถมเราจะต้องเดินคล้ายคนที่ไม่มีหัวเข่าเพื่อป้องกันไม่ให้แรงสั่นสะเทือนจากการก้าวเท้าเดินแต่ละก้าวทำให้เพลงสะดุด

6

6/
ทีวีบิ๊กเบิ้ม
ปัจจุบันมันเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เคลื่อนย้ายได้ง่ายที่สุดตัวหนึ่งเมื่อต้องย้ายบ้าน แต่ทีวีไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอมา การยกทีวี CRT เครื่องเบ้อเริ่มเทิ่มขึ้นบันไดจะต้องใช้คนสองคนที่พร้อมที่จะได้รับบาดแผลจากพลาสติกคมๆ ของตัวเครื่อง ขณะเดียวกันก็ต้องออกแรงต้านน้ำหนักที่กดลงมาเพื่อไม่ให้ทีวีหลุดมือจอกระแทกพื้นแตกเสียหาย

7

7/
ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์…
…ราวกับว่าเรากำลังปิดเครือข่ายระบบไฟฟ้าทั่วประเทศอย่างงั้นแหละ เราใช้งานพีซีขนาดเท่ากับตึกมานานหนึ่งชั่วโมงแล้ว ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่มันจะส่งเสียงดังราวกับไดร์เป่าผมและร้อนยิ่งกว่าเตาอบ ซึ่งหมายความว่าเราต้องเสียเวลาห้านาทีพยายามปิดเครื่อง จากนั้นก็มีหน้าต่างโผล่ขึ้นมาบนจอบอกว่าเราสามารถปิดเครื่องได้อย่างปลอดภัยแล้ว และเราก็ต้องเอาผ้าคลุมพลาสติกที่แถมมาสวมเข้าไปป้องกันไม่ให้ฝุ่นทำให้เครื่องเสียหายราวกับว่ามันเป็นรถสปอร์ตคลาสสิกอย่างงั้นแหละ

8

8/
คลั่งเกม Minesweeper
บางครั้งในช่วงต้นทศวรรษที่ 90 อันตื่นเต้นสนุกสนานเราก็รู้สึกเบื่อกับเกม Solitaire ที่ไม่รู้จบ (แม้จะเปลี่ยนสีของโต๊ะและสำรับไพ่ไปแล้ว) ดังนั้น เราจึงต้องท้าทายตัวเองด้วยเกมอย่าง Minesweeper แทน ซึ่งบอกตรงๆ ว่าเราเล่นได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เลิกเพราะเราไม่รู้และทุกวันนี้ก็ยังคงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราต้องทำอะไรในเกม

9

9/
Teletext
เราไม่ได้มีแอพอย่าง LiveScore ที่แสดงผลฟุตบอลสดๆ เหมือนทุกวันนี้หรอกนะ ในยุคมืดเราจะต้องไปที่ Teletext (ข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏบนจอทีวี) หน้า 302 เพื่อดูผลบอลล่าสุด บ่ายวันเสาร์เรานั่งหน้าจอทีวีกดปุ่มเปลี่ยนไปยังหน้าที่แสดงผลบอล ซึ่งก็ต้องกดแล้วกดอีกมือเป็นระวิงกว่าจะเจอหน้าที่ต้องการ และพอมาถึงหน้าผลบอลลีกสกอตแลนด์ที่เราอยากรู้การแข่งขันก็สิ้นสุดลงไปนานแล้ว

10

10/
กล้องแคมคอร์ดเดอร์
ซูมเข้าออกด้วยความนิ่งพอๆ กับคุณป๋าขาร็อค Ozzy Osbourne กล้องแคมคอร์ดเดอร์ในอดีตจะถ่ายวิดีโอตลอดทั้งทริป หรือถ่ายคลิปนานเป็นชั่วโมงๆ แม้เราจะลืมถอดฝาปิดหน้าเลนส์ออกก็ตาม และเราต้องแบกมันไปไหนมาไหนในกระเป๋าขนาดเท่ากับกล่องใส่หมวก ซึ่งทางบริการวิดีโอแชริ่ง Vine ก็คำนวณออกมาว่าคลิปวิดีโอยาวหกวินาทีนั้นเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดแล้วที่คนจะสามารถทนดูโฮมวิดีโอโดยไม่เบื่อตายเสียก่อน ขอบคุณพระเจ้า