website statistics
Apple Music ผลไม้ดนตรีรสขมขื่น | Tech dee
  • Apple Music ผลไม้ดนตรีรสขมขื่น
  • Apple Music ผลไม้ดนตรีรสขมขื่น

Apple Music ผลไม้ดนตรีรสขมขื่น

14056-9269-1b72128-l

ข่าวยืนยันการลาออกของ Ian Rogers คีย์แมน Apple Music เปรียบเสมือนสิ่งตอกย้ำว่าธุรกิจมิวสิคสตรีมมิ่งของบริษัทไปไม่สวยอย่างที่หวังเอาไว้ แม้ทางโฆษกปฏิเสธที่จะกล่าวถึงเหตุผลการแยกทางกัน แต่ก็คงเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากความล้มเหลวในการหาสมาชิก

Rogers อยู่ในตำแหน่งเพียง 2 เดือนหลังจาก Apple Music เปิดให้บริการ และเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงระยะเวลา 3 เดือนแรกจะเป็นช่วงทดลองใช้ฟรี ซึ่งในทางบัญชีเรียกว่ามีแต่ขาดทุน เพราะนอกจากจะไม่ได้เงินแม้แต่เซ็นต์เดียวแต่ยังต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย

เดิมทีเดียว Apple ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับเจ้าของเพลงในช่วงทดลองใช้ แต่สุดท้ายก็ทนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายศิลปินไม่ไหว โดยเฉพาะ Taylor Swift สวมบทแม่ทัพออกมาอัดเสียยับ ทำให้ต้องมีการกลับลำความคิดนี้ทันที

Taylor-Swift-vs.-Apple

 

ด้วยศักดิ์ศรีของการเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในโลก หลายคนเคยคาดคิดว่าการมาของ Apple Music จะทำให้ทั้ง Sportify, Tidal, Pandora และอีกหลายเจ้าตกที่นั่งลำบากแน่ แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นสิ่งตรงกันข้าม

ในเวลาเดือนเศษ Apple Music มียูสเซอร์ 11 ล้านราย ซึ่งหากเป็นการทำงานของบริษัททั่วไปก็คงถือได้ว่าประสบความสำเร็จมากพอที่จะจัดงานฉลองใหญ่ได้ไม่ยาก เพราะนี่ถือเป็นครึ่งหนึ่งของ Sportify ที่มียูสเซอร์แบบเสียค่าบริการอยู่ 20 ล้านราย

แต่ที่น่าผิดหวังไปมากกว่านั้นน่าจะเป็นเพราะ Apple เคยคาดหวังว่าจะมียูสเซอร์จากบริการนี้มากถึง 100 ล้านราย!!!

11196224_726460597485814_2266640832532375647_n

นอกจากนี้แม้ว่าช่วงระยะเวลาทดลองใช้งานฟรีของหลายคนยังไม่สิ้นสุด แต่การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 5,000 คนของ MusicWatch ระบุว่ายูสเซอร์จำนวน 48% เลิกใช้งาน Apple Music ไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทางบริษัทพยายามยืนกรานว่ามีผู้เลิกใช้งานเพียง 21% เท่านั้น ซึ่งก็คงเดาได้ไม่ยากว่าคนส่วนใหญ่จะเชื่อข้อมูลของฝั่งไหนมากกว่า

กว่าจะมี Apple Music ก็ได้ใช้เงินลงทุนซื้อกิจการ Beats Electronics ที่ให้บริการมิวสิกออนไลน์อยู่แล้วด้วยเงินสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้หุ้นจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขายด้วย ซึ่ง Rogers ก็คือผู้บริหาร Beats ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลธุรกิจดิจิตอลมิวสิกนั่นเอง

การลาออกจาก Apple ในครั้งนี้ Rogers จะไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวงการเพลงออนไลน์อีกต่อไปแล้ว ซึ่งรายงานข่าวระบุแต่เพียงว่าหนุ่มใหญ่วัย 42 ปีน่าจะไปทำงานกับบริษัทในยุโรป

เชื่อว่าหาก Apple Music เหลวจริงๆคงจะมีบทวิเคราะห์ออกมาอีกมากมายว่าความผิดพลาดมากจากจุดไหน แต่สำหรับปัจจัยด้านราคาค่าบริการ อาจจะเป็นสิ่งที่วัดได้ยากเหมือนกัน เมื่อราคาของแต่ละประเทศแตกต่างกันมาก โดยอังกฤษต้องจ่ายแพงที่สุดด้วยราคามากกว่า 15 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือน ขณะที่อินโดนีเซียเสียค่าบริการไม่ถึง 1 ดอลลาร์เพื่อให้แข่งขันในประเทศนั้นๆได้

11709588_709122152552992_2943322352341345505_n