website statistics
SEVENTH HEAVEN | Tech dee
SEVENTH HEAVEN

SEVENTH HEAVEN

ชำแหละระบบปฏิบัติการตัวใหม่ แพรวพราวด้วยลูกเล่นสีสันพาสเทลของ Apple และสำรวจ Mac Pro ทรงกระบอกตัวจิ๋ว แถมด้วยการแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆ จาก 1, Infinite Loop…

ตอนที่บรรดาสื่อและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นย่างเท้าเข้าสู่ศูนย์ประชุม Moscone มหึมาในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อร่วมงาน Worldwide Developers’ Conference (WWDC) ประจำปี 2013 ของ Apple ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านั้นใจจดใจจ่อต้องการเห็นสิ่งที่ Jony Ive ได้ทำกับ iOS 7

Android ของ Google ยังคงมีสมาชิกใหม่ๆ ที่หันมาเลื่อมใสและผันตัวเองมาเป็นสาวก แถมยังนำหน้าเป็นจ่าฝูงในแง่ของนวัตกรรม ขณะเดียวกัน Windows Phone 8 สมควรได้รับการปรบมือยกย่องชมเชย ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพราะยอดขาย แต่เป็นเพราะวิธีการออกแบบที่สวยเฉี่ยว ทันสมัยและเรียบง่ายคล่องตัว แล้วการตอบโต้ของ Ive จะเป็นอะไร

ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ก็หยิบยืมลูกเล่นที่เด็ดที่สุดจากคู่แข่งของ iOS มาก็สิ้นเรื่อง อย่างการลากนิ้วจากด้านล่างจอขึ้นด้านบนเพื่อเรียก Control Center สำหรับการเข้าถึงฟีเจอร์ที่ใช้บ่อยๆ การลากนิ้วบนหน้าจออย่างง่ายๆ เพื่อการใช้งานแบบมัลติทาสกิงหลายๆ แอพพลิเคชั่นพร้อมกันและอื่นๆ จากนั้นก็ปลดปล่อยพวกมันลงบนกระแสคลื่นแห่งสีสันพาสเทลสะกดสายตาและเส้นสายอันเรียบง่ายสะอาดตา iOS 7 มีความงดงามที่ดูคล้ายใบปลิวโฆษณาหรือโปสเตอร์งานแดนซ์ยุค 1990 และศิลปะ Bauhaus ซึ่ง Ive เรียกสิ่งนี้ว่า ‘unobtrusive and differential’ (ไม่รุกล้ำและแตกต่าง) เราขอเรียกมันว่า ‘ไม่มีสิ่งใดที่เราจำได้’

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างมาสักหนึ่งอย่างละก็ เรามามองดูตัวสวิตช์กลมๆ (เสมือนจริง) ก่อนเลย Ive ใช้สีขาวล้วนบนพื้นผิวสีเขียวและถอดส่วนที่เป็นเมทัลลิกแบบสามมิติที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบเก่าออกไป และนำอะไรบางอย่างที่มันเงาและดูเป็น ‘Star Trek ใหม่’ มากกว่าเยอะมาใส่แทน

โลกแห่งเลเยอร์ซ้อนเลเยอร์แบบกึ่งโปร่งแสงของพื้นผิวแบ็คกราวนด์และระบบ grid (ตารางสเกลสำหรับออกแบบไอคอน) แบบใหม่นี้เริ่มปรากฏเค้าให้เห็นตั้งแต่ที่ซีอีโอ Tim Cook ประกาศต่อสาธารณะไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2012 ที่ผ่านมาว่าหัวหน้าทีมออกแบบชาวอังกฤษ Ive จะ ‘มอบความเป็นผู้นำและทิศทางสำหรับ Human Interface’ บทบาทใหม่ที่ทำให้เขาเป็นคนควบคุมดูแลฮาร์ดแวร์อุปกรณ์โมบายของ Apple และซอฟต์แวร์สำหรับใช้กับสิ่งเหล่านั้น iOS 7 เต็มไปด้วยการปรับปรุงในส่วนต่างๆ อย่างละเอียดและกำจัดความยุ่งยากวุ่นวายทิ้งไปตามที่ Ive บรรยายไว้ว่า ‘นำความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาสู่ความซับซ้อน’

ประการแรก หน้าจอล็อกสกรีนถูกเปลี่ยนใหม่ ตอนนี้คุณสามารถลากนิ้วตรงส่วนไหนก็ได้ของจอเพื่อปลดล็อก ไม่ใช่แค่ไอคอนที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเหมือนแบบเก่า เรียก Notifications Centre แบบเต็มจอออกมาด้วยการลากนิ้วจากด้านบนจอลงมาด้านล่าง หรือเรียกหน้าจอ Control Centre เพื่อเลือกออปชั่นปรับการทำงานนู่นนี่อย่างรวดเร็วตั้งแต่การควบคุมเพลงที่ฟังอยู่ไปจนถึงการใช้งานระบบ Wi-Fi และไฟฉาย สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ไอเดียออริจินัลที่แปลกใหม่ชนิดว่าไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่ไม้กายสิทธิ์นางฟ้าของ Apple ได้โปรยปรายฝุ่นผงแห่งเวทมนตร์ที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นเข้าไปแบบไม่มีกั๊ก

สิ่งหนึ่งที่ไม่มีระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพาตัวไหนสามารถคุยโวโอ้อวดได้คือเอฟเฟ็คท์การเคลื่อนจากตำแหน่งของวัตถุ มันใช้เซ็นเซอร์ accelerometer ของโทรศัพท์ตรวจจับว่ามือคุณจับตัวเครื่องขยับและเอียงไปมาและจะเคลื่อนลูกกลมๆ บนภาพพื้นหลังตามทิศทางของการเคลื่อนที่ของตัวเครื่อง สรรค์สร้างเอฟเฟ็คท์ภาพสามมิติที่ดูเหมือนว่าลูกกลมๆ หลากหลายขนาดลอยไปมา

นั่นนำเรามาถึงวลียอดฮิต ‘skeuomorphism’ (การออกแบบที่เลียนแบบวัตถุในโลกจริง) ซึ่งในกรณีนี้พวกเขาได้ล้มเลิกแนวคิดการออกแบบเช่นนี้และโละทิ้งเอฟเฟ็คท์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นราวกับการใช้วัตถุจริงๆ เช่น ชั้นวางหนังสือไม้สน (iBooks) กระดาษมีลายเส้นแบ่งบรรทัด (Notes) และเอ่อ…ผ้าสักหลาดสีเขียว ใน iOS 7 สิ่งเหล่านั้นหายไปหมด Ive ยังคงมองสมาร์ทโฟนเป็น gadget แห่งอนาคตที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีเวลาสำหรับการอาลัยอาวรณ์ถึงอดีต

ด้วยเหตุนี้เขาจึงใช้สีขาวบริสุทธิ์เป็นพื้นพร้อมรูปแบบตัวพิมพ์ที่คมกริบและจัดวางอย่างเป็นระเบียบใน Notes และ Calendar แอพพลิเคชั่น Music ก็ถูกตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและดูเรียบง่ายขึ้นมากพอๆ กัน โดยที่อัลบั้มอาร์ตเวิร์กตอนนี้ตัดกับพื้นผิวแบ็คกราวนด์เรียบๆ อย่างโดดเด่นสะดุดตา

ภายนอกหลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ระบบการทำงานภายในนี่สิน่าสนใจมากกว่า มี AirDrop เพิ่มเข้ามาซึ่งให้เจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมระบบปฏิบัติการ OS X ที่ออกมาไม่นานสามารถแลกเปลี่ยนเอกสารแบบไร้สายไปมากับผู้อื่นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์ก็คือตอนนี้คุณสามารถส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ iOS หรือ OS X โดยตรงโดยไม่ต้องยุ่งยากกับการจับคู่ มันคล้ายกับการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านบลูทูธเดิมๆ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และดีขึ้น

ส่วน Siri ตอนนี้มีเสียงที่คล้ายมนุษย์มากขึ้น และสามารถเข้าถึง Bing, Wikipedia และ Twitter สำหรับข้อมูล ลูกเล่นใหม่ๆ อย่างการโทรกลับสายที่ไม่ได้รับไปจนถึงการควบคุม iTunes Radio (หน้าที่แล้ว) ก็ถูกใส่เพิ่มเข้ามา แอพพลิเคชั่นสำหรับใช้งานในรถยนต์และเกมก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ด้วยการร่วมมือกับค่ายรถยนต์ตั้งแต่ Jaguar ไปจนถึง Honda และระบบรองรับการใช้งานสำหรับคอนโทรลเลอร์เกมที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ มันพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนกว่าเดิมว่า Apple ไม่ได้มองว่าคู่แข่งมีเพียง Android, BlackBerry และ Windows Phone เท่านั้น แต่พวกเขายังพร้อมที่จะต่อกรกับ Xbox, PlayStation, TomTom และใครก็ตามที่พวกเขาเห็นสมควร

ด้วยลุคใหม่และความเต็มใจที่จะพัฒนาตัวเองไปในทิศทางเดียวกับระบบปฏิบัติการจากค่ายอื่นๆ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการปรับปรุง iOS ครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ที่ App Store เปิดให้บริการ อนาคตของสมาร์ทโฟนดูมีสีสันและชีวิตชีวาจริงๆ ในชั่วโมงนี้…

ฟรี APPLE.COM/UK

TTT219.radar1.frontright_rgb-lo-res

{DETAILS}

1. PARALLAX EFFECT
จุดเด่นด้านภาพจุดหนึ่งของ iOS 7 อยู่ที่ไอคอนต่างๆ ซึ่งตอนนี้จะ ‘ลอย’ อยู่เหนือภาพพื้นหลังที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามการขยับหรือเอียงตัวเครื่อง

2. ICONS
ไอคอนใหม่ดูเรียบๆ และแบนกว่าไอคอนแบบเดิม เล่นสีสันด้วยเทคนิค colour wash (สีสันนุ่มนวล ดูมีมิติและเท็กซ์เจอร์) ไม้และผ้าสักหลาดเทียมไม่มีให้เห็นแล้ว

3. UPDATES
iOS 7 อัพเกรดแอพพลิเคชั่นของคุณอยู่เบื้องหลังขณะเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi

4. GESTURES
เอานิ้วแตะที่ด้านล่างจอแล้วลากขึ้นด้านบนเพื่อเรียก Control Centre สำหรับเข้าถึงค่าการทำงานของระบบต่างๆ เช่น Wi-Fi หรือเอานิ้วแตะที่ด้านบนจอแล้วลากลงมาด้านล่างเพื่อเรียก Notifications Centre

TTT219.radar1.fronttrio-lo-res

{FOCUS}
ฟีเจอร์เด็ดของ iOS 7…

Multitasking
การสับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอพพลิเคชั่นตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งนั้นฉลาดขึ้นเยอะ ด้วย iOS 7 ที่จะเรียนรู้ลักษณะการใช้งานและสิ่งที่คุณใช้เป็นประจำ ซึ่งจากนั้นมันก็จะเตรียมพร้อมล่วงหน้าเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ ดังนั้น ถ้าทุกวันคุณจะต้องตรวจเช็ค Twitter หัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง iOS 7 ก็จะเรียนรู้และจัดหาฟีดนี้ให้คุณล่วงหน้าก่อนที่คุณจะเปิดแอพพลิเคชั่น

AirDrop
Apple หัวเราะเยาะแนวคิดการนำโทรศัพท์มาชนกัน และแสดงทีท่าดูถูกดูแคลนระบบ NFC ประมาณว่ามันช่างล้าสมัยซะจริง พวกเขาเลือกใช้ AirDrop แทน ซึ่งระบบนี้ใช้การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi อย่างสะดวกง่ายดายในการส่งภาพและเอกสารอื่นๆ ไปยัง iPhone และ Mac ที่ใช้งานร่วมกันได้ที่อยู่ภายในรัศมีการทำงาน

iTunes Radio
ไม่ต่างจาก Last.FM และ iTunes Match ที่ปราศจากโฆษณา นี่คือบริการมิวสิคสตรีมมิ่งส่วนบุคคลพร้อมเพลย์ลิสต์ที่ประกอบด้วยแนวเพลงและศิลปินในคลังเพลง iTunes ของคุณ ติดใจเพลงใดเพลงหนึ่งงั้นเหรอ Apple ยินดีที่จะขายให้คุณ…

Photography
กล้องมีฟิลเตอร์คล้าย Instagram และใช่แล้ว! ความสามารถในการถ่ายภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส จากนั้นคุณสามารถเปิดดูภาพถ่าย ‘Collections’ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามสถานที่ วันที่หรือปี และแชร์ภาพถ่ายเหล่านั้นกับเพื่อนๆ โดยใช้ iCloud พร้อมฟังก์ชันพิเศษที่ให้พวกเขาสามารถโพสต์ภาพถ่าย วิดีโอหรือข้อความต่างๆ ได้ด้วย

{SPEAK}
iOS 7 แยกความคิดออกเป็นสองกลุ่ม

Feeling positive

“iOS 7 แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ไม่สูญเสียทิศทาง ดูเลิศน้อยลง เฟี้ยวน้อยลง เรียบง่ายขึ้น ประณีตสละสลวยขึ้น”
John Gruber นักเขียนและผู้ก่อตั้ง daringfireball.net

“แม้ว่าถ้า iOS 7 จะดูเหมือน iOS 6 เป๊ะ มันก็ยังคงเป็นการอัพเดตที่สำคัญมาก”
Lex Friedman นักเขียนอาวุโส MacWorld

“หนึ่งเจเนอเรชั่นของผู้ใช้ได้ทำความคุ้นเคยกับระบบอินเตอร์เฟสจอทัชสกรีน ตอนนี้ได้เวลาถอดล้อช่วยประคอง (ล้อจักรยานเล็กๆ สำหรับเด็กเพิ่งหัดขี่) skeuomorphism เป็นโซลูชั่นสำหรับแก้ปัญหาที่เราไม่มีอีกต่อไปแล้ว”
John Maeda กราฟิกดีไซเนอร์, ผู้อำนวยการ Sonos               

“มัลติทาสกิง แท็บ Control Center, AirDrop และการปฏิสัมพันธ์ทั่วไปดูแจ่มแจ๋วใน iOS 7 แต่ว้าว ท่อนไม้อัปลักษณ์ (ไอคอนเหมือนถูกตีด้วยท่อนไม้อัปลักษณ์ซึ่งสิ่งที่ถูกตีจะดูขี้เหร่)”
Jason Santa Maria ผู้ร่วมออกแบบ WordPress

Not so much

“Apple แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถปรับตัว หยิบยืมและปรับแต่งดัดแปลงไอเดียจากคู่แข่ง ปัญหาในเวลานี้คือมันดูเหมือนว่ามันรับบทหนักจากการรีดีไซน์ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ”
Joshua Topolsky บรรณาธิการใหญ่ The Verge

“มันเป็นเรื่องง่ายกว่าเสมอในการนำอะไรบางอย่างที่ถูกผลักดันไปไกลเกินไปและควบคุมให้อยู่หมัด มากกว่าที่จะทำในทางตรงกันข้าม ผมไม่ใช่ผู้ที่ชื่นชอบหน้าตาของ iOS ตอนนี้ แต่ผมมีความหวังสำหรับอนาคตของมัน iOS ขาดความละเอียดลออ แต่มีความกล้า”
Frank Chimero ดีไซเนอร์และบล็อกเกอร์

“ผมคิดว่า Apple หันเหออกไปไกลมากในการพยายามสร้างอินเตอร์เฟสแบบมินิมัลลิสต์ (เรียบๆ มีเฉพาะสิ่งจำเป็น) สิ่งที่ธรรมดาจริงๆ อย่างปุ่มและเมนูดูเหมือนพวกมันจะสร้างปัญหาให้ตอนที่คนจริงๆ เอามือไปแตะต้องพวกมัน”
Khoi Vinh อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ The New York Times

 

{ONE MORE THING, WELL FIVE MORE…}

MAC PRO
WWDC ไม่ได้มีแค่ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว ยังมีการแถลงข่าวเปิดตัวซูเปอร์คอมพิวเตอร์อีกด้วย…

TTT219.radar1.macpro1-lo-res

ใช่ มันดูคล้ายถังขยะ แต่นี่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างออกมาอีกด้วย แล้วสาเหตุที่ทำไมมันถึงได้ดูคล้ายถังขยะน่ะเหรอ ก็เพราะว่ามันถูกสร้างขึ้นมาไม่เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ใดๆ น่ะสิ ชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ล้อมรอบแกนกลาง thermal core เจ้า Pro จิ๋ว (มันสูงแค่เก้านิ้วเท่านั้น) ใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพสูงแค่ตัวเดียวติดตั้งข้างบนตัวเครื่องเพื่อดูดอากาศจากข้างใต้และระบายออกเพื่อให้ส่วนประกอบอันทรงพลังข้างในเย็น

ข้างในวัตถุทรงกระบอกพื้นผิวอะลูมิเนียมขัดเงามีโปรเซสเซอร์ Intel Xeon E512 คอร์หรือแกนประมวลผล ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วเร็วกว่าโปรเซสเซอร์ที่อยู่ข้างใน Mac Pro ตัวสุดท้ายที่ใหญ่กว่าเยอะถึงสองเท่า RAM DDR3 สี่แชนเนลรันที่ความเร็วสูงลิ่วถึง 60GBps และชิปกราฟิก AMD FirePro สองตัวซึ่งมีความสามารถในการประมวลผลกราฟิกสูงสุดถึงเจ็ดเทราฟล็อป (teraflop) มันอาจดูคล้ายถังใส่สิ่งสกปรกก็จริง แต่เจ้า Pro ห่างไกลจากคำว่าขยะอย่างแน่นอน…และราคาก็ไม่ใช่สินค้าลดราคาที่กองรวมกันอยู่ในถังอีกด้วย

ราคายังไม่ได้กำหนด APPLE.COM/UK

TTT219.radar1.macpro2-lo-res

{DETAILS}

1. SSD
เนื่องจากมันไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ โซลิดสเตทไดรฟ์จึงทำงานได้เงียบ เสถียรและเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไปถึง 10 เท่า

 2. SUPER-CONNECTED
คุณจะได้พอร์ต HDMI 1.4 ยูเอสบี 3.0 สี่ช่อง และ Thunderbolt 2.0 ใหม่อีกหกช่อง พร้อมความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่ 20Gbps มันมี Wi-Fi มาตรฐาน AC ด้วยซึ่งเร็วจริงๆ โดยทางทฤษฎีแล้วความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 6.77Gbps

 3. 4K FOR ALL
AMD FirePro สองตัว (ชิปกราฟิกแบบเดียวกันนี้ขายปลีกในราคา 3,000 ปอนด์ (ประมาณ 135,000 บาท) ขึ้นไป) หมายความว่าเจ้า Mac Pro สามารถป้อนพลังให้กับจอ 4K สามจอได้พร้อมกัน

TTT219.radar1.mac_pro_screenshot-lo-res

Specification

โปรเซสเซอร์ Intel Xeon E5 สูงสุด 12 คอร์
ชิปกราฟิก Dual AMD FirePro พร้อม RAM สูงสุด 6GB
เมมโมรี่ RAM ECC 1866MHz สูงสุด 32GB
พื้นที่ความจุ 1x โซลิดสเตทไดรฟ์ PCie
ระบบเชื่อมต่อ AC Wi-Fi, บลูทูธ 4.0, HDMI 4.1, 4x ยูเอสบี 3.0, 6x Thunderbolt 2, กิกะบิตอีเธอร์เน็ต, ช่องรับ/จ่ายสัญญาณเสียง
ขนาด สูง 228 มม. เส้นผ่าศูนย์กลาง 167 มม.

 

{EXTRA}
นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดพรรคพวก: อีกสี่อย่างจากงาน WWDC

 MAC OS X MAVERICKS

TTT219.radar1.mac_os_mavericks-lo-res

ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดไม่เพียงแต่เอาชื่อเสือออกไปเท่านั้น แต่ยังนำแท็บคล้ายเว็บบราวเซอร์สำหรับสับเปลี่ยนหน้าต่างไปมาได้อย่างสะดวกมาสู่ Finder และ iBooks รวมทั้งระบบรองรับสำหรับการใช้งานหลายจอพร้อมเมนูบาร์ ตอนนี้ Tags ให้คุณจัดหมวดหมู่ไฟล์โดยใช้คีย์เวิร์ด จัดเก็บไฟล์รวมไว้ด้วยกันได้ในทันทีและปฏิทินจะจัดลำดับงานสังคมของคุณตามวันเวลาพร้อมแผนที่เส้นทางแนบไปด้วย ในที่สุดระบบรองรับการใช้งานกับ HDTV ก็มาถึงและมันมีแอพพลิเคชั่น Apple Maps ให้คุณส่งแผนที่เส้นทางไปยัง iPhone ของคุณโดยตรง

 

MACBOOK AIR

TTT219.radar1.macbookair-lo-res

แม้จะไม่มีจอ Retina Display และบอดี้อะลูมิเนียมสวยหรูบางเฉียบเพียงชิ้นเดียวยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ MacBook Air ได้รับการรีบูตอย่างจริงจังในส่วนของฮาร์ดแวร์ หัวใจสำคัญของการปรับปรุงอยู่ที่โปรเซสเซอร์ Intel Haswell ใหม่ล้ำสมัยที่ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระบบ Wi-Fi มาตรฐาน AC ก็ถูกนำมาใช้เช่นกัน และตอนนี้ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ก็อยู่ที่เก้าชั่วโมงสำหรับรุ่น 11 นิ้ว และน่าประทับใจยิ่งกว่านั้นสำหรับรุ่น 13 นิ้วที่ 12 ชั่วโมง
เริ่มต้นที่ ฿31,900 (11นิ้ว) เริ่มต้นที่ ฿34,900 (13 นิ้ว)

 

AIRPORT EXTREME

TTT219.radar1.airport_extreme-lo-res

มาพร้อมเทคโนโลยี Wi-Fi มาตรฐานล่าสุด AC เจ้า Airport Extreme ใหม่ได้รับการปรับแต่งหน้าตาใหม่หมดจดเช่นกัน นำดีไซน์แนวตั้งรูปแบบใหม่มาใช้ แต่ความสำคัญทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ลุคอันสูงตระหง่าน อุปกรณ์พลาสติกๆ มันเงาตัวนี้กระจายสัญญาณได้ครอบคลุมกว่ารุ่นเก่ามากทีเดียว ทั้งนี้ต้องขอบคุณเสาอากาศติดตั้งในตัวหกเสา อีกทั้งการเชื่อมต่อก็เยี่ยมเช่นกัน ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับพอร์ตกิกะบิตอีเธอร์เน็ตสามช่องและพอร์ตยูเอสบี 2.0 หนึ่งช่อง ถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นเยอะมาก
฿7,600 (ประมาณ)

 

iOS IN THE CAR

TTT219.radar1.ios_car_screen-lo-res

ด้วยรายได้จากยอดขายรถอัจฉริยะที่คาดการณ์ว่าน่าจะกระโดดขึ้นเป็นสิบเท่าภายในปี 2017 นี่เป็นก้าวต่อไปของ Apple ที่สมเหตุสมผล สิ่งนี้นำเสนอ Apple Maps และแผนที่เส้นทางจาก MacBook ให้แก่ผู้ขับขี่ยวดยานโดยตรง จะเรียกว่าการเชื่อมต่อแบบ laptop-to-droptop ก็ไม่ผิดนัก ในส่วนของเพลงนั้นมีแอพพลิเคชั่นของมันเองและ Siri Eyes Free ก็ติดตั้งมาเรียบร้อยเพื่อให้คุณควบคุมสั่งงานฟีเจอร์ต่างๆ ขณะสองมือจับพวงมาลัยได้มากขึ้น การปรับแต่งซอฟต์แวร์แจ่มๆ หมายความว่า Siri มีความสามารถที่จะเข้าใจเสียงพูดของคุณได้มากกว่าที่เคยอีกด้วย