website statistics
Through the Google Glass | Tech dee
Through the Google Glass

Through the Google Glass

ปัจจุบันเป็นของเล่นไฮเทคสำหรับนักพัฒนาและคนที่โชคดีอีกไม่มาก แว่นตาที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนี้มีอนาคตกับลูกค้าหรือไม่? T3 สำรวจดู…

กระแสเสียงฮือฮาที่มีต่อ Glass แว่นตา ‘อัจฉริยะ’ ของ Google เป็นอะไรที่ไม่มีทางจะมองข้ามหรือไม่ใส่ใจอย่างแน่นอน ก็คล้ายกับแว่นตา Google Glass บนใบหน้าของใครบางคนนั่นแหละ ตั้งแต่ความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวซึ่งทำให้มันถูกแบนไม่ให้สวมใส่เข้าบาร์และบ่อนคาสิโนไปจนถึงงานอีเวนต์ pre-launch ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เห็นมันถูกหยิบยื่นให้คนมีชื่อเสียงอย่าง Kevin Smith ผู้กำกับ Clerks ตัวละคร Lieutenant Worf จาก Star Trek: TNG และแร็พเปอร์ Soulja Boy เจ้าของเพลงโด่งดัง Crank That มันดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลกได้อย่างที่ gadget น้อยชิ้นจะทำได้ ว่าแต่การสวมใส่ในทุกๆ วันนั้นเป็นอย่างไร แล้วมันเป็นอนาคตของเทคโนโลยีและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมจริงๆ รึเปล่า

ประการแรก ใช่แล้ว คุณจะดูประหลาดชัวร์ถ้าสวมแว่น Google Glass อย่างน้อยก็ในช่วงแรกๆ ที่คุณเป็นคนเดียวในเมืองเล็กๆ ที่สวมมัน ถ้าคุณโอเคหรือไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งนี้ก็ถือว่าดีไปสำหรับคุณ เพราะเทคโนโลยีและคุณสมบัติพื้นฐานของ Glass นั้นน่าทึ่งจริงๆ

ตัวฮาร์ดแวร์มีน้ำหนักเพียง 42 กรัม และให้ความรู้สึกสบายเวลาสวมใส่กว่าแว่นสายตาส่วนใหญ่ มันดูบอบบางแต่จริงๆ แล้วมันสมบุกสมบันทนทายาดอย่างคาดไม่ถึงและสามารถอยู่รอดปลอดภัยจากการตกหล่นลงพื้นและการกระแทกไปมาได้มากกว่าที่คุณคิดเยอะ

พอคุณสวมมันเสร็จก็แค่หมุนตัว prism (ดู Details ข้อที่ 4) จิ๋วๆ เพื่อให้มองเห็นมุมจอทั้งสี่ข้างใน ซึ่ง prism ที่ว่านี้จะฉายจอเข้าสู่ขอบเขตการมองเห็นของดวงตา และในพริบตาคุณก็จะกลายเป็น ‘glasshole’ หรือคนที่คุยกับแว่น Google โดยไม่สนใจผู้คนรอบข้าง ตามที่ชาวซานฟรานซิสโกเรียกคนเหล่านี้อย่างค่อนข้างแรงทีเดียว

 

จอแบบ heads-up display จะลอยอยู่ตรงมุมบนขวาของขอบเขตการมองเห็นของดวงตาคุณ และครั้งแรกที่เราทดลองใช้เรารู้สึกแปลกมากและเหมือนถูกรุกล้ำ อย่างไรก็ตาม หลังจากสองสามชั่วโมงผ่านไปและเราก็ลืมไปหลายครั้งหลายคราว่าเราสวมมันอยู่ การออกแบบในลักษณะนี้หมายความว่าถ้าปิดจอคุณก็สามารถมองผ่านทะลุและทำหน้าที่เป็นแว่นตาธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่แว่นไซบอร์กได้ในทันที

ตรงขาแว่นฝั่งขวาคือแผงทัชแพดซึ่งคุณจะใช้สิ่งนี้เลื่อนดูเมนูต่างๆ โดยจัดอยู่ในรูปแบบของการ์ดที่เลื่อนไปมาได้ การ์ดบางอันมีขอบพับซึ่งหมายความว่ายังมีข้อมูลอื่นๆ อยู่ข้างใน เช่นถ้าคุณคลิกบนอีเมลคุณก็สามารถดูบทสนทนาในอดีตได้ เป็นต้น มันทำงานได้ดีใช้ได้ แต่ถ้าคุณใช้แอพพลิเคชั่นมากมายหลายตัวและได้รับอีเมล ข่าวพาดหัวและข้อความอัพเดตบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคมละก็ ทีนี้แหละคุณจะต้องเลื่อนผ่านการ์ดเยอะแยะซึ่งออกจะยุ่งยากวุ่นวายเล็กน้อย

แอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ในเวลานี้ก็น้อยมากด้วย แนวคิดก็คือบรรดานักพัฒนาที่ได้รับเอกสารสเปกเครื่องไปแล้วจะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นทันเวลาที่เจ้า Glass หรือทายาทของมันวางขายตามห้างร้าน

คุณสามารถส่งและรับข้อความ อีเมล โทรออกและรับสายโทรศัพท์ รวมทั้งดูอัพเดตสถานะจากแอพพลิเคชั่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก Path ขณะถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ จากนั้นก็อัพโหลดภาพเหล่านั้นไปยังเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ มีแอพพลิเคชั่นพื้นๆ ให้ใช้จาก CNN, The New York Times และตัวอื่นๆ อีกหยิบมือหนึ่งที่นำเสนอข้อความอย่างเรียบง่ายมากและข้อมูลเกี่ยวกับภาพ ในส่วนของเสียงนั้นถ่ายทอดผ่านลำโพงระบบนำเสียงผ่านกระดูก (คลื่นเสียงสั่นสะเทือนผ่านกระดูกและส่งต่อไปยังหูชั้นใน) และมีไมโครโฟนหนึ่งตัวตรงขาแว่น ซึ่งลำโพงของมันบางครั้งให้เสียงหึ่งๆ ประหลาดๆ แต่โดยรวมแล้วทำงานได้ดี

ก็อย่างที่คุณคาดหวังนั่นแหละ แอพพลิเคชั่นที่เนี้ยบที่สุดเป็นของ Google เอง ทั้ง Maps และ Google Now น่าประทับใจมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณจะต้องมีสมาร์ทโฟน Android จึงจะเค้นศักยภาพสูงสุดออกมาจากเจ้า Glass ได้ และการเซตอัพก็ง่ายมาก แค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น MyGlass เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ของคุณและเลือกแอพพลิเคชั่นที่คุณต้องการใช้จากรายการ

glass-2013-04-24-619-26

การสวมมันออกนอกบ้านเป็นครั้งแรกถือเป็นก้าวย่างที่กระทำด้วยการตัดสินใจที่ปราศจากเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถอย่างเป็นรูปธรรมและการยอมรับจากผู้คนในสังคมครั้งสำคัญที่สุด บางทีอาจเป็นเพราะนิสัยของชาวอังกฤษที่ชอบสงวนท่าทีหรือไม่ชอบแสดงออกก็ได้ แต่การสวมเจ้า Glass ทำให้เรารู้สึกอายแม้จะใส่ใน Silicon Valley ก็เถอะ ความรู้สึกเช่นนั้นไม่ได้ลดลงหลังจากสองสามวันผ่านไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดีขึ้นคือความมีประโยชน์ของแว่นตาคู่นี้ ยิ่งเราอยู่กับมันนานเท่าไหร่สิ่งดีๆ ที่มันมอบให้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เส้นทางสำหรับการเดินเท้าที่ปรากฏทำออกมาได้ดีสุดๆ การถ่ายภาพนิ่งความละเอียดห้าล้านพิกเซลและวิดีโอ 720p ก็ง่ายอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน แค่แตะทัชแพดหรือยกศีรษะขึ้นเร็วๆ เพื่อปลุกให้เจ้า Glass ตื่น จากนั้นก็พูดว่า ‘take a picture’ หรือถ่ายภาพ คุณไม่ต้องควานหากล้องในกระเป๋าและเจ๋งกว่าการหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋ากางเกงด้วย

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันสะดวกราบรื่นขึ้นจริงๆ คือการแจ้งเตือน การได้รับอีเมลหรือทวีตที่กล่าวถึงหรือเกี่ยวข้องกับคุณปรากฏตรงเบื้องหน้าดวงตาเป็นอะไรที่คุณจะชื่นชอบและยินดีในฉับพลัน และการที่คุณสามารถตอบกลับด้วยคำสั่งเสียงก็หมายความว่าคุณจะไม่มีทางขาดการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น มันเป็นวิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่หมดจดและทำแล้วติด

นั่นถือเป็นเรื่องดีเพราะว่าถ้าคุณสวมเจ้า Glass ออกจากบ้านตอนเช้าและคิดจะถอดออกในระหว่างวันนั้นไม่ใช่อะไรที่สมควรทำนัก คุณไม่สามารถพับมันและการเก็บก็ไม่ใช่ง่ายๆ คุณจะต้องใส่มันในกระเป๋าถือใหญ่เทอะทะ

ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ค่อนข้างดีทีเดียว คุณจะใช้งานมันได้เกือบทั้งวันถ้าคุณไม่ถ่ายวิดีโอมากเกินไปหรือสนทนากับผู้คนผ่าน Google+ Hangouts บ่อยเกินไป กิจกรรมเหล่านั้นทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วจริงๆ การเติมพลังให้กับแบตเตอรี่ผ่านยูเอสบีทำได้เร็ว และแค่หนึ่งชั่วโมงแบตเตอรี่ก็เกือบเต็มแล้ว

Glass คือผู้บุกเบิกตลาด gadget ที่สวมใส่ได้ แน่นอน มีแว่นตาสำหรับกีฬาผจญภัยสองสามรุ่นที่ใช้จอเทคโนโลยี Augmented Reality (นำโลกแห่งความเป็นจริงมาผสานเข้ากับโลกเสมือน) แต่ไม่มีใครที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Google

มันเป็นระยะแรกเริ่มของการพัฒนา ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่จะวางขายปีหน้าจะแตกต่างกับตัว ‘Explorer Edition’ ของทุกวันนี้มากอย่างไม่ต้องสงสัย นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราจึงรู้สึกว่าถ้าเราให้คะแนนมันด้วยจำนวนดาวในตอนนี้ก็คงจะไม่เป็นธรรมกับมัน Google ยังไม่กำหนดราคาสำหรับรุ่นที่จะวางจำหน่ายให้ผู้คนทั่วไป บรรดานักพัฒนาและผู้โชคดีที่ชนะการแข่งขันอีกหลายพันคนจ่ายเงิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 45,000 บาท) สำหรับสิทธิพิเศษทดลองใช้แว่นตารุ่นแรกก่อนใครเพื่อน แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าน่าจะมีราคาอยู่ในช่วง 500 ถึง 700 ปอนด์ (ประมาณ 22,500-31,500 บาท)

ในราคา 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ การขาดแคลนฟีเจอร์และแอพพลิเคชั่นที่ใช้ร่วมกันได้เหมือนอย่างตอนนี้เราคิดว่าสำหรับผู้บริโภคทั่วไปนั้นเจ้า Glass ถือว่าไม่คุ้มค่า และนั่นก่อนที่เราจะเอ่ยถึงความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าผู้คนรอบข้างส่วนใหญ่จะมีทีท่าอึดอัดเมื่อพวกเขารู้ว่าคุณสวมเจ้า Glass อย่างไรก็ตาม แอพพลิเคชั่นมากกว่านี้จะออกมาทันเวลาและ Google หรือคู่แข่งของพวกเขาจะทำให้เทคโนโลยีนี้รุกล้ำผู้อื่นน้อยลง ซึ่งคอนแทคเลนส์คือวิธีแก้ปัญหาที่เจ๋งที่สุดอย่างชัดแจ้ง

google-glass-hands-on-stock5_2040_large_verge_medium_landscape

สำหรับตอนนี้เจ้า Glass คือของเล่นราคาแพงสำหรับคนที่คลั่งไคล้เทคโนโลยีและชอบมีของใหม่ๆ ก่อนใครเพื่อน แต่เราทำนายว่าในอีกไม่กี่ปีจะมีพวก glasshole ทุกหนแห่ง

LOVE น้ำหนักเบา เส้นทางการเดินทาง อีเมลและข้อความอัพเดตทำงานได้เยี่ยมสุดๆ ระบบจดจำเสียงดีจริงๆ ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอคุณภาพดีได้อย่างง่ายๆ

HATE แอพพลิเคชั่นมีน้อย บางครั้งเครื่องหยุดทำงานดื้อๆ ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและตราบาปทางสังคมในการสวมมัน

T3 SAYS ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใครในระยะแรกเริ่มของการพัฒนา Google Glass ทำให้เราเห็นศักยภาพของมันแว่บหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเหมาะสำหรับนักพัฒนาเท่านั้น

 

{SPECIFICATION}

จอ ความละเอียด 640×360 ‘เท่ากับจอไฮเดฟ 1080p 25 นิ้ว นั่งดูห่างจากจอ 2.5 เมตร’
เมมโมรี่ 16GB บวกกับ Google Cloud
กล้อง 5 ล้าน/วิดีโอ 720p
เสียง ระบบนำเสียงผ่านกระดูก
ระบบเชื่อมต่อ G Wi-Fi, บลูทูธ
แบตเตอรี่ที่ระบุ 24 ชั่วโมง

{DIMENSIONS}
เฟรมโลหะดัดให้เข้ากับรูปทรงศีรษะของทุกคนได้ มาพร้อมแผ่นรองจมูกหลายขนาด
น้ำหนัก 42 กรัม

google_glass_grey-580-90

{DETAILS}

1.MIC AND SPEAKER
ตะโกน ‘Okay, Glass’ ใส่ลงในช่องไมโครโฟนตรงนี้เพื่อปลุกให้แว่นตาของคุณตื่นขึ้นมาทำงาน ลำโพงใช้ระบบนำเสียงผ่านทางกระดูกเพื่อให้คุณฟังเพลงได้ตามลำพังแบบส่วนตัว

2.CAMERA
มาพร้อมเซ็นเซอร์ห้าล้านพิกเซลและสามารถถ่ายวิดีโอ 720p กล้องน่าจะเป็นจุดขายหลักของเจ้า Glass

 3.THE FRAME
ทัชแพดตรงขาแว่นฝั่งขวาตอบสนองได้ฉับไวทันใจ ลากไปทางซ้ายและขวาเพื่อเลื่อนภาพ ลากขึ้นและลงเพื่อสับเปลี่ยนไปมาระหว่างเมนู

4.DISPLAY
อย่าให้จำนวนพิกเซลของจอเพียง 640x360 ทำให้คุณเข้าใจผิด จอนี้ทั้งคมชัดและใสเคลียร์ มันจะลอยอยู่ตรงมุมขวาบนของขอบเขตการมองเห็นของดวงตาคุณ