website statistics
V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย | Tech dee
  • V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย
  • V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย
  • V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย
  • V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย
  • V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย

V-Moda เลิกอินดี้ก้าวเข้าสู่โลกไร้สาย

21

V-Moda เป็นอีกแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตั้งแต่วัสดุและดีไซน์ที่แปลกแหวกแนว เน้นจับกลุ่มเป้าหมายระดับ ‘หูทอง’ ที่ต้องการคุณภาพเสียงความละเอียดสูงโดยไม่เกี่ยงเรื่องราคาหรือความสะดวกสบายในการฟัง จึงทำให้พวกเขาไม่สนใจผลิตหูฟังไร้สายออกมาเลยจนกระทั่งเทคโนโลยีบลูทูธถูกพัฒนาไปไกลแบบก้าวกระโดด ซึ่งก็ทำให้ V-Moda Crossfade Wireless ถูกทำคลอดออกมาเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่รังเกียจสายทีพันอีกรุงตุงนังไปหมด

V-Moda Crossfade Wireless ใช้ dual-diaphragm drivers 50 mm ตัวใหม่ที่พัฒนามาจากที่เคยใช้ใน M-100 มันสามารถปรับ EQ และให้ความเป็นธรรมชาติของเสียงสูง เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ไกลถึง 33 ฟุต โดยจับคู่กับอุปกรณ์ในเวลาเดียวกันได้ 2 ตัว แน่นอน มันทำงานกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

34

วัสดุยังคงตั้งอยู่บนจุดยืนเดิม ซึ่งถ้าหากเป็นแบรนด์อื่นๆที่ผลิตหูฟังประเภทเฮดโฟนมักจะเลือกใช้พลาสติกที่เคลมได้ว่าเบาและสวมสบายขณะที่หากจะมองอีกมุมก็คือการเซฟต้นทุน แต่ V-Moda Crossfade Wireless เน้นความทนทานหรูหรามีทั้งโลหะและหนังให้สมกับความเป็นพรีเมียม

อย่างไรก็ตาม V-Moda ยังยืนยันว่าวัสดุไม่ว่าจะเป็นส่วนคาดศีรษะหรือที่ครอบหูจะให้ความรู้สึกสบาย สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จครั้งเดียว โดยชาร์จไฟผ่านไมโครยูเอสบี

สำหรับราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐ มี 4 สีให้เลือก ซึ่งแม้แต่รหัสหรือชื่อที่ใช้เรียกสีพวกเขาก็ยังทำตัวแหวกแนวไม่เหมือนใครโดยใช้ชื่อ Phantom Chrome (เงิน), White Silver (ขาว) ที่จะวางขายก่อนที่ Gunmetal Black (ดำ) กับ Rouge (แดง) จะถูกปล่อยตามมา

56